ตำนานผีมหาลัย

ตำนานผีมหาลัย ผีภารโรงในมหาลัย

ตำนานผีมหาลัย เรื่องขวัญผวาขนหัวลุกไปกับ เรื่องเล่าผีไทย

ตำนานผีมหาลัย เรื่องราวขนหัวลุกที่ทุกคนต่างเคยเจอมานั้น ต่างก็เป็นเรื่องราวขนหัวลุกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสถานที่ต่างๆอย่าง สุสาน ที่มีความน่ากลัวอยู่แล้วในเรื่องของความตาย ที่ทุกคนต้องตายและก็ต้องเอาศพไปฝังยังสุสาน ซึ่งก็เคยมีหลายคนที่ เคยลองดีมาแล้วและต่างก็พา ให้ขนหัวลุกกันแล้วทั้งนั้น และไม่ใช่ว่าจะเป็นสถานที่ อย่างสุสานเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายๆแห่งที่มากมายอย่างเช่น โรงพยาบาล ซึ่งเราทุกคนก็ต่างที่จะทราบกันดีว่า เป็นสถานที่ เกิด แก่ เจ็บ และตายด้วยกันทั้งหมด

โดยที่บางคนก่อนตายนั้น ก็ยังคงมีเรื่องราวในอดีตหรือ ความทรงจำเก่าๆเลยทำให้เวลาตายไปนั้น ยังคงยึดติดกับสิ่งที่เคย คิดไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต อย่างเช่นครอบครัว หรือบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะ ทำก่อนตาย แต่ยังไม่ได้ทำจนบางครั้ง ก็มาเข้าฝันคนนั้นคนนี้ โดยที่เป็นทางญาติผู้ตาย ก็ต้องไปทำในสิ่งที่ผู้ตายนั้น ได้มีการร้องขอเอาไว้ ซึ่งเรื่องอย่างนี้ถ้าไม่โดนกับ ตัวเองก็คงไม่รู้อย่างแน่นอน

และอีกกรณีที่เฮี้ยนที่สุดที่ถูกกล่าวขาน กันมากที่สุดก็คือ การโดนฆาตกรรมทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยที่บางคนนั้นโดนทรมานอย่างหนัก จึงเป็นสิ่งที่คนตายนั้นมีความคับแค้นใจเป็นอย่างมาก หรือบางคนนั้นก็ตกเป็นแพะรับบาป ทั้งที่ตอนมีชีวิตนั้น ก็พยายามที่จะต่อสู้เพื่อ ความยุติธรรมที่ตนเองนั้นไม่เคยได้ทำผิดอะไรเลย แต่ต้องได้รับโทษซึ่งบางคน ก็อาจจะโดนเพียงแค่โดนติดคุก

แต่สำหรับบางรายนั้นถึงขนาดที่โดนทำร้ายให้ถึงแก่ความตายก็มี ยิ่งถ้าพวกที่อยู่ในวงการยาเสพติดแล้ว คงไม่มีทางที่จะออกจากวงเวียนสิ่งนั้นได้ เพราะหากคิดจะหนีก็ต้องโดนตามเก็บหรือทำให้ถึงแก่ความตาย ซ้ำร้ายไปกว่านั้นพยายามที่จะทำร้ายครอบครัวอย่างเช่น เรื่องเล่าผีไทย เมียและลูกเป็นต้นซึ่งเป็นการฆ่าทารุณอย่างเลือดเย็น บางครอบครัวอาจจะโดนกระทำซึ่งๆหน้าเพียวเพื่อที่จะ ให้เห็นถึงความโหเหี้ยมของคน

จนบางครั้งคนที่ตายไปนั้นวิญญาณ ก็ยังคงวงเวียนไม่ไปไหน เพราะด้วยแรงอาฆาตต่อคนที่เข้ามาทำร้าย เพราะเพียงต้องการที่จะล้างแค้น ให้สำเร็จจนบางครั้ง อาจจะเอาถึงแก่ชีวิตเลยก็มี แต่ในขณะเดียวกันก็พยายาม ที่จะทำร้ายคนที่เป็นฆาตรกร ด้วยการทำให้ตายทั้งเป็น ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตามแต่ เพราะเขาเหล่านั้นได้สูญเสีย อิสระภาพไปแล้ว นั้นก็คือต้องเอาชีวิตแลกด้วยชีวิต

ตำนานผีมหาลัย

เรื่องเล่าผีเรื่องจริง จากสถานที่จริง

ซึ่งก็ได้มีบางคนนั้นสามารถ ที่จะสื่อสารกับดวงวิญาณ ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วอย่างเช่น ริว จิตสัมผัสหรือ เจน ญาณทิตย์ ทั้ง 2 คนนี้ก็เป็นบุคคลที่มีความสามารถที่จะ สื่อสารกับทางดวงวิญญาณ ว่าต้องการอะไรเป็นอะไรตาย แล้วทำไมถึงต้องมาวนเวียนอยู่กับคนเป็น ซึ่งพอเมื่อ 2 คนนี้ได้มีการสอบถามประวัติ กับดวงวิญญาณก็สามารถทำให้รู้ได้ว่า คนที่ตายไปแล้วนั้นเข้าต้องการอะไร

โดยที่ดังกล่าวนี้ควรใช้วิจารญาณในการรับฟัง ผีไทยพื้นบ้าน เพราะทุกวันนี้ก็มีหลายคน ที่ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ หรือเรื่องความเป็นความตาย ที่เกิดขึ้นกับยุคปัจจุบัน แต่สำหรับบางท่านที่ยังคง เชื่อโดยเฉพาะผมนั้น ก็ยังเชื่อว่าคนที่ได้เสียชีวิต หรือตายไปนั้นก็ยังคงวนเวียน อยู่กับบุคคลที่เป็นที่รัก หรือแม้กระทั่งคนที่ ทำให้เขานั้นเสียชีวิต ซึ่งผมก็เคยเจอกับตัวเอง แต่ไม่ได้เป็นเรื่องของความน่ากลัว แต่อย่างใดเรื่องก็มีอยู่ว่า

มีญาติผู้ใหญ่ผมคนหนึ่งที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งก็มักจะเข้าๆออกๆ โรงพยาบาลอยู่ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนทำให้เขานั้นเกิดอาการท้อมากกับชีวิต ที่ต้องนอนอยู่กับโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง จนในที่สุดเขาก็ได้เอ่ยปากไว้ว่า ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้ว เพราะต้องทนกับความทุกข์ทรมาณไม่ไหว แต่ทางหมอนั้นก็พยายามที่จะ ช่วยชีวิตเอาไว้สุดความสามารถ

แต่เเล้ววันนึงผมก็ได้ ไปเยี่ยมเยียนแกในคืนสุดท้าย และภาพที่เห็นข้างหน้านั้น ใบหน้าของเขาดูหม่นหมอง เป็นอย่างมากซึ่งดูแล้วคล้ายกับคนที่กำลังจะจากไป ซึ่งผมก็ได้ซื้อข้าวต้มไปเยี่ยนด้วยคืนนั้น หลังจากที่กลับมาบ้านได้แค่วันเดียว ก็ได้ทราบข่าวว่าเขาได้ เสียชีวิตลงเเล้วเมื่อเช้านี้ โดยที่ตอนนั้นพวกเราทุกคน ที่เป็นญาติมิตรก็ได้มีการ จัดงานศพขึ้นเป็นระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

ซึ่งก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ไม่ดี แต่หลังจากนั้นที่คนในอดีตเคยพูดต่อๆกันมาว่า หลังจากที่ศพได้มีการถูกเผาแล้ว วิญญาณจะกลับไปหาที่บ้านทุกคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือผม ที่ได้มาเข้าฝันเเล้วบอกว่า ขอบใจมากที่เป็นธุระเรื่องงานศพให้ แล้วแกก็ได้บอกว่าไปก่อนนะ

ซึ่งผมก็ได้เอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ทุกคนฟัง ปรากฎว่าทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝันเหมือนกันหมดก็เลยทำให้ทุกคนนั้น ต่างรู้สึกตกใจและแปลกใจว่า ทำไมถึงฝันเหมือนกันหมดเลย และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกตุการณ์ที่ ประสบพบเจอกับตัวเองและคนรอบข้าง

ส่วนอีกเรื่องนั้นก็คือเป็นเรื่อง เรื่องเล่าตำนานผี สมัยเรียนมหาลัยที่ตอนนั้น ต้องพักอยู่หอพักกับเพื่อน โดยปรกติแล้วผมเป็นคนที่ ชอบออกกำลังกายในตอนเช้า ก็มักจะออกมาวิ่งช่วงเช้ามืดอยู่เสมอ และเวลาดังกล่าวก็จะประมาณ ตี 5 เป็นประจำ ซึ่งก็จะต้องเจอกับ ภารโรงที่ทุกๆเช้าแกจะออกมากวาดขยะ บริเวณนั้นเป็นประจำ

โดยที่ผมเองก็จะทักทายภารโรง ซึ่งเป็นลุงแก่ๆอยู่เป็นประจำ แต่มีอยู่วันหนึ่งที่ทางมหาลัยปิดเทอม ซึ่งผมเองก็ยังคงอยู่ที่ เพราะว่าต้องการที่จะหางานทำในช่วงกลางวัน และกลางคืนเพื่อที่จะ เป็นการแบ่งเบาภาระครอบครัว โดยที่ในตอนเช้าผมจะตื่นตี 5 เพื่อที่จะออกมาวิ่งอยู่เป็นประจำ และก็มักจะเจอลุงภารโรงตลอด ผมมักจะเรียกแกว่า ลุงภารโรงเพราะเป็นตำแหน่งที่ใครก็ต่างเรียกกัน

สถานที่ผีดุที่สุดในโลก เหมาะกับผีที่น่ากลัวที่สุดในไทย

ซึ่งในช่วงที่ผมอยู่ที่มหาลัยอยู่นั้น กิจวัตประจำวันก็จะทำแบบนี้อยู่ต่อเนื่อง ซึ่งในตอนนั้นก็จะทักทายแกอยู่ตลอด เปรียบเสมือนแกเป็นญาติผู้ใหญ่ เพราะในช่วงค่ำเวลาผมจะออกไปร้านค้า สะดวกซื้อก็มักจะถามแกว่าเอาอะไรบ้าง แกก็จะบอกว่าอะไรก็ได้ ซึ่งผมมักจะซื้อนมกับขนมปังให้แกอยู่เป็นประจำ ทำอย่างนี้อยู่บ่อยครั้งแทบได้ว่า อาจจะเป็นทุกวันเลยก็ได้

ซึ่งก็อยู่วันหนึ่งที่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า เรื่องเล่าผีก่อนนอน ทำไม่อาจารย์ใส่ชุดไว้ทุกข์ โดยที่แรกผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรหรอกนะ ก็คิดว่าเป็นญาติทางฝั่งอาจารย์ทีเสียไป ซึ่งในช่วงนั้นผมยังคงทำกิจวัตที่ผมเคยทำ อย่างนั้นไปเรื่อยๆแต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ

ผมไม่เห็นคุณลุงภารโรงแล้วเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งผมก็คิดว่าแกคงจะกลับบ้านไปหาลูกๆที่บ้านเกิด ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่อยู่มาวันที่ 5 ผมกลับมาเจอแกอีกครั้ง ซึ่งผมก็เข้าไปทักเเกว่าไปไหนมา แต่แกก็ไม่ได้ตอบอะไรผม เพราะตอนนั้นแกอาจจะเปิดเพลงด้วย

ซึ่งพอเข้าอีกหนึ่งวันผมก็ออกไปหาอะไรทานข้างนอก เเล้วก็ซื้อของที่เคยซื้อให้กับลุงตลอด เมื่อผมเดินเข้ามหาลัยก็เจอกับลุงอีกครั้ง เเละก็ได้มอบน้ำดื่มกับขนมปังที่ เคยซื้อให้แกอยู่บ่อยๆซึ่งแกก็รับไว้ แล้วผมก็เดินหันหลังไป และก็อดสงสัยไม่ได้ว่าช่วงที่ผ่านมานั้น แกไปไหนซึ่งพอผมหันไปถาม ปรากฎว่าก็ไม่เจอลุงอีกแล้ว แต่สิ่งที่เห็นต่อหน้าก็คือ ของที่ผมได้ซื้อให้แกนั้น กลับวางอยู่ลงตรงพื้นที่แกเคยยืนอยู่ จนผมก็คิดว่าเเกคงจะรีบไปไหน แล้ววเดี๋ยวค่อยกลับมาเอา

ซึ่งพอถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา ในวันนั้นผมตื่นสายก็เลยออกมาวิ่งในช่วงที่ พระอาทิตย์ขึ้นแล้วและก็มีรถยนต์คันหนึ่ง วิ่งเข้ามาหาผมแล้วได้ถามกับผมว่า เมื่อคืนนั้นเธอยืนคุยอยู่กับใคร ผมก็เลยตอบไปว่าคุยกับลุงที่เป็นภารโรงครับ พอผมได้พูดเสร็จปรากฎว่าอาจารย์ท่านนั้นก็ ทำสีหน้าที่ไม่ดีนักและก็ได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

จนกระทั้งอีกวันถัดมา เรื่องเล่าสมัยโบราณ ผมก็ได้เจอกับอาจารย์อีกครั้ง ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไม่เมื่อคืนอาจารย์ได้ถามผมแบบนั้น ผมก็เลยเข้าไปหาอาจารย์คนดังกล่าว แล้วก็ถามไปว่าทำไมเมื่อคืนอาจารย์ถึงได้ถามผมแบบนั้น แล้วเมื่ออาจารย์ได้รับคำตอบถึงกับหน้าเสียไปเลย อาจารย์บอกว่าตอนที่ผมบอกว่าได้คุยกับ ภารโรงมันทำให้อาจารย์ถึงกับ ขนหัวลุกเลยที่เดียว

ผมก็เลยถามว่าทำไม่ครับ อาจารย์ก็ตอบว่า เธอไม่รู้เหรอว่าลุงภารโรงที่ผมได้คุยไปนั้น แกเสียชีวิตไปตั้งอาทิตย์ที่แล้ว เพียงเท่านั้นเเหละหน้าผมก็เริ่มซีดและพูดอะไรไม่ออก พร้อมกับงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม เพราะว่าผมยังคุยกับแกอยู่เลย เเละอาจารย์ก็ได้พาผมไปที่วัด ไปดูว่ารูปที่ตั้งอยู่ที่ศาลานั้น ใช้รูปภารโรงหรือเปล่า ปรากฎว่าใช้แท้แน่นอนซึ่งทำให้ผมถึงกับเข่าอ่อนไปเลย

โรงเรียนเฮี้ยนที่สุดในประเทศไทย สุดยอดความน่ากลัวไปกับ เรื่องผี ตำนานผีมหาลัย

ซึ่งเรื่องอย่างนี้มันก็ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่า ยูฟ่า ดัมมี่ ผีมีจริงหรือไม่แต่สำหรับคนที่ เคยโดนมาแล้วก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดได้อย่างแน่นอน เพราะผมคนหนึ่งที่เชื่อในเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตามแต่ ถึงแม้จะไม่สามารถยืนยันได้ทาง วิทยาศาสตร์แต่ในโลกแห่งความลี้ลับนั้น ก็คงไม่มีใครที่จะพิสูตรได้อย่างแน่นอน เเม้เเต่ประเทศที่พัฒาไปเเล้วก็ตาม

ก็ยังคงเป็นปัญหาคาใจจนมาถึงทุกวันนี้ว่า ตํานานน่ากลัวของไทย ระหว่างวิทยาศาสตร์กับเรื่องผีนั้น สามารถที่จะพิสูตรได้หรือไม่ เพราะก็เคยมีคนหรือรายการบางอย่าง ที่ได้เข้าไปพิสูตรกันมาแล้ว บ้างก็เคยเจอดีจนต้องถอยหลังหนี ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ข้างหน้า ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ยังมีอะไรมากมายที่ยังต้องการที่จะ พิสูตรหาความจริงกันว่า ผีหรือดวงวิญญาณนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

แต่ถ้าหากจะถามผมหรือ ถามชาวบ้านชาวนา ที่เคยอาศัยในถินธุระกันดาน หรือคนสมัยก่อนนั้น ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผีนั้นมีจริงแท้แน่นอน แต่จะมาในรูปแบบไหนนั้นอันนี้ เราก็ไม่สามารถที่จะพิสูตรได้ชัด เหมือนอย่างผีเปรตที่จะมีรูปร่างที่สูง มีมือเท่าใบตาล มีปากเท่ากับรูเข็ม หรือเเม้กระทั้งผีในตำนานอย่าง ผีกระสือที่ทุกวันนี้ตามหมู่บ้านต่างๆ ก็เคยได้พบเจอกันมาแล้วทั้งสิ้น

เพราะเราเชื่อในเรื่องของพระพุทธศาสนา ในเรื่องของกฎแห่งกรรม ที่ถ้าหากว่าใครที่ทำกรรมเลวเอาไว้อย่างมาก โดยเฉพาะคุณบิดามารดาหรือเเม้กระทั้งพระ จะต้องกลายมาเป็นผีเปรต เพราะเชื่อกันว่าผีเปรตนั้นเป็นผีที่ เป็นชนชั้นที่ต่ำมากๆไม่สามารถที่จะกินอะไรได้เลย ต้องออกมาขอส่วนบุณกับผู้คนอยู่เรื่อย

ยังไงก็เเล้วแต่การทำความดีนั้น สามารถทำให้เราได้บุญได้กุศลในการทำบุญ ซึ่งสิ่งที่เราได้เอาไปก่อนตายนั้น นอกจากบุญแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะเอาไปได้อีกเลย เพราะฉะนั้นแล้วหมั่นทำความดีหรือสร้างบุญกุศลเอาไว้ให้มากๆ จะทำให้กรรมนั้นจากที่หนักจะได้เป็นเบา